Song

I'm at a payphone trying to call home
All of my change I spent on you
Where have the times gone, baby it's all wrong
Where are the plans we made for two?
 
พอดีเห็นว่าคนสงสัยกันเยอะว่า Adam Levine ไปยืนอยู่ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะทำไม คือสมัยนี้ใครๆเขาก็มีมือถือ จึงพากันสงสัยโทรศัพท์หยอดเหรียญมันเกี่ยวอะไรกับเพลงนี้ ยิ่งถ้าดุ MV ยิ่งจะไปกันใหญ่เลย
 
สำหรับเพลงนี้ เนื้อร้องท่อนนี้น่ะมีความหมายมากที่สุด ผมจึงไม่อยากจะมานั่งแปลทั้งเพลงให้มันดูรกรุงรัง เพราะท่อนอื่นๆผมฟังแล้วก็เฉยๆ แต่ท่อนคอรัสนนี้ฟังแล้วรู้สึกว่ามันซึ่งดี แค่ท่อนเดียวนี่ล่ะ มันสามารถแทนความหมายทั้งหมดที่เพลงนี้อยากจะสื่อได้เลยครับ
 
ในเพลงนี้มันเหมะกับอดัมดีจริงๆ เพราะเพิ่งเลิกกับแฟนสาวที่เป็นนางแบบ Victoria Secret เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง ความหมายของเพลงนี้(ท่อนนี้)เป็นอย่างนี้ครับ:
 
ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอได้จบสิ้นลงไปแล้วอย่างค่อนข้างกระทันหัน เขายังไม่ลืมช่วงเวลาแห่งความสุขในตอนที่ยังมีกันและกัน มันกลายเป็นช่วงเวลาที่ขาดหายไป เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะกลับไปเป็นตัวของตัวเองเหมือนที่เคยเป็น  แต่มันทำไม่ได้ เพราะระหว่างที่มีเธออยู่นั้น เขาได้ทุมเททุกอย่างให้เธอ เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองไปหมดเพื่อเป็นอย่างที่เธอพอใจ โดยเขาไม่เคยรู้สึกอึดอัดใจอะไร ก็เพราะแลกกับความสุขที่ได้อยู่กับเธอมันคุ้มค่าที่สุดแล้ว แต่มาถึงวันนี้ วันที่เขาไม่มีเธออยู่ข้างๆ โลกของเขาจึงเปลี่ยนไป การเป็นคนใหม่ของเขาดูไม่มีความหมาย เพราะไม่รู้จะทำเพื่อใคร ในตอนนี้เขาจึงอยากจะกลับไปเป็นคนเดิมที่เคยเป็นก่อนจะมาเจอเธอ ..แต่ก็ทำไม่ได้เสียแล้ว ...เหรียญหมด!!!!
 
 
เหรียญที่เขาเคยมี เขาโทรหาเธอจนหมด โทรกลับบ้านไม่ได้อีกแล้ว
 
และนั่นก็เป็้นความหมายของมท่อนคอรัส และความหมายโดยรรวมขอเพลงนี้ด้วยครับ คงจะไม่ใช่ ถ้าเราไปแปลว่า "ฉันอยู่ที่ตู้โทรศัพท์ จะโทรกลับ้าน แต่เหรีญญหมด เพราะโทรหาเธอจนหมดเลย เวลามันหายไป มันต้องมีอะไรผิดสักอย่าง และแผนการณ์ที่วางไว้ว่าจะทำสองคนจะยังไงเนี่ย"  แล้วก็เห็นมีคนแปลกันแบบนี้เยอะมากครับ ไม่เชื่อลองเสิร์ชจากกูเกิ้ลดูสิครับ
 
 
 
 
พบกันใหม่ตอนหน้า ..สวัสดี
พอดึเพิ่งเขียนสำนวน "Take for granted" เอาไว้ (จาก blog อืนน่ะครับ) ซื่งจริงๆแล้ว ผมก็เอาสำนวนนี้มาจากเพลง Right here waiting ของ Richard Mark นั่นเอง อย่ากระนั้นเลย แปลมันทั้งเพลงไปเลยดีกว่าครับ เป็นเพลงที่มีความไพเราะทั้งดนตรีและเนื้อร้องเลยครับ เรียกว่าโรแมนติกมากๆเลยล่ะ
 
 
Right here waiting
Artist: Richard Marx
 
Oceans apart day after day -ห่างกันคนละฝั่งมหาสมุทร ..วันแล้ววันเล่า
And I slowly go insane -และฉันก็ค่อยๆเริ่มจิตใจเสียทีละน้อยๆ
I hear your voice on the line -ฉันได้ยินเสียงเธอจากทางสาย(โทรศัพท์)นะ
But it doesn't stop the pain -แต่มันไม่ได้ทำให้ฉันหายเจ็บปวดเลย
 
 
If I see you next to never -ถ้าฉันกับเธอแทบจะไม่ได้เจอกันเลยแบบนี้
How can we say forever -แล้วเราจะเอ่่ยคำว่าตลอดรอดฝั่งได้อย่างไรล่ะ

Wherever you go -ที่ไหนก็ตามที่เธอไป
Whatever you do -อะไรก็ตามที่เธอทำ
I will be right here waiting for you -ฉันก็จะคอยเธออยู่ตรงนี้ล่ะ
Whatever it takes -ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไป
Or how my heart breaks -หรือหัวใจฉันจะสลายเป็นเสี่ยงๆ
I will be right here waiting for you -ฉันก็จะคอยเธออยู่ตรงนี้ล่ะ

I took for granted, all the times -ฉันทึกทักเอาเอง, อยู่เสมอเลย
That I thought would last somehow -ว่ามันคงจะยั่งยืนไม่ว่าจะอย่างไร
I hear the laughter, I taste the tears -ฉันได้ยินเสียงหัวเราะ ลิ้มรสน้ำตา
But I can't get near you now -แต่ก็มิอาจมีเธออยู่ใกล้

Oh, can't you see it baby -โอ..เห็นไหมล่ะที่รัก
You've got me going crazy -เธอทำให้ฉันแทบจะบ้าคลั่ง

Wherever you go -ที่ไหนก็ตามที่เธอไป
Whatever you do -อะไรก็ตามที่เธอทำ
I will be right here waiting for you -ฉันก็จะคอยเธออยู่ตรงนี้ล่ะ
Whatever it takes -ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไป
Or how my heart breaks -หรือหัวใจฉันจะสลายเป็นเสี่ยงๆ
I will be right here waiting for you -ฉันก็จะคอยเธออยู่ตรงนี้ล่ะ

I wonder how we can survive -ฉันประหลาดใจนะ ว่าเราจะรักษา ..
This romance -ความรักนี้ ไว้ได้อย่างไร
But in the end if I'm with you -แต่ถ้าในที่สุดแล้วเราได้อยู่ด้วยกัน
I'll take the chance -ฉันคงจะใช้โอกาสนั้น

Wherever you go -ที่ไหนก็ตามที่เธอไป
Whatever you do -อะไรก็ตามที่เธอทำ
I will be right here waiting for you -ฉันก็จะคอยเธออยู่ตรงนี้ล่ะ
Whatever it takes -ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไป
Or how my heart breaks -หรือหัวใจฉันจะสลายเป็นเสี่ยงๆ
I will be right here waiting for you -ฉันก็จะคอยเธออยู่ตรงนี้ล่ะ
Waiting for you -รอคอยเธออยู่
 
คำศัพท์/สำนวน ที่น่าสนใจ
- day after day เป็นสำนวน แปลว่าวันแล้ววันเล่า ถ้า Month after month ก็จะเป็นเดือนแล้วเดือนเล่า
- next to never แปลว่าเกือบจะไม่เคย ในเพลงนี้ใช้กับการเจอหน้ากัน ก็ต้องแปลว่าแทยจะไม่ได้เจอกันเลย คือเจอกันน้อยมาก
- took for granted แปลว่าทึกทักเอาเอง
 
แล้วพบกันใหม่ครับ สวัสดี
 

ความหมายเพลง "Wide awake" Katy Perry

posted on 19 Aug 2012 14:46 by engtoday in Song directory Entertainment, Knowledge
 
Wide awake
ศิลปิน: Katy Pery
อัลบัม: Part of me
 
I'm wide awake (x3)
Yeah, I was in the dark
I was falling hard
With an open heart
I'm wide awake
How did I read the stars so wrong
 
ฉันตาสวาง
จากที่เคยอยู่ในความมืด
เคยหลงงมงายขนาดหนัก
ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง
ฉันตาสว่างแล้ว
ฉันเข้าใจลิขิตฟ้าอย่างผิดถนัด
 
I'm wide awake
And now it's clear to me
That everything you see
Ain't always what it seems
I'm wide awake
Yeah, I was dreaming for so long
 
ฉันตาสว่างแล้ว
และบัดนี้ัมันชัดเจนมากสำหรับฉัน
ทุกๆสิ่งที่เธอเห็น
มันไม่ใช่เหมือนที่มันเป็นเสมอไปหรอกนะ
ฉันตาสว่างแล้ว
จากที่เคยหลับอยู่ในความผันมานานนม
 
(Pre-Chorus)
I wish I knew then
What I know now
Wouldn't dive in
Wouldn't bow down
Gravity hurts
You made it so sweet
Till I woke up on
On the concrete
 
ฉันน่าจะรู้มาก่อนหน้านี้แล้ว
ในสิ่งที่ฉันได้รู้ในวันนี้
จะได้ไม่ถลำลึกลงไป
จะได้ไม่ต้องพ่ายกับความเจ็บปวด
จากแรงโน้มถ่วง
เธอเสกสรรปั้นแต่งเสียดูสวยงามไปหมด
แต่แล้วพอฉันตื่นขึ้นมา (ก็พบว่า)
ฉันบนพื้นคอนกรีต(เสียแล้ว)
 
(Chorus)
Falling from cloud nine
Crashing from the high
I'm letting go tonight
(Yeah I'm) Falling from cloud 9
 
ล่วงหล่นจากวิมานที่วาดไว้
ตกลงกระแทกพื้นจากที่สูงสุดไกล
คืนนี้ฉันกำลังปล่อยมันไป
ใช่ ฉันกำลังฝันสลายนั่นเอง
 
 
I'm wide awake
Not losing any sleep
I picked up every piece
And landed on my feet
I'm wide awake
Need nothing to complete myself - nooohooo
 
ฉันตาเบิกกว้าง
ไมหลงไปกับความหลับไหล
ฉันเก็บคองอเข่า
แล้วเหยียบลงบนพื้นด้วยสองเท้า
ฉันตาสว่างแล้ว
ไม่ต้องเติมเต็มอะไรอีกต่อไปแล้ว ไม่เลย
 
I'm wide awake
Yeah, I am born again
Outta the lion's den
I don't have to pretend
And it's too late
The story's over now, the end

ฉันตาสว่างแล้ว
เหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง
ออกไปจากสถานการ๊์อันเลวร้าย
ไม่ต้องทำเสแสร้างอะไรอีกต่อไป
และมันสายไปแล้ว(ที่จะย้อนไปเป็เหมือนเดิม)
มันจบแล้วล่ะ จบกันที
 
(Pre-Chorus)
I wish I knew then
What I know now
Wouldn't dive in
Wouldn't bow down
Gravity hurts
You made it so sweet
Till I woke up on
On the concrete
 
ฉันน่าจะรู้มาก่อนหน้านี้แล้ว
ในสิ่งที่ฉันได้รู้ในวันนี้
จะได้ไม่ถลำลึกลงไป
จะได้ไม่ต้องพ่ายกับความเจ็บปวด
จากแรงโน้มถ่วง
เธอเสกสรรปั้นแต่งเสียดูสวยงามไปหมด
แต่แล้วพอฉันตื่นขึ้นมา (ก็พบว่า)
ฉันบนพื้นคอนกรีต(เสียแล้ว)
 
(Chorus)
Falling from cloud nine
Crashing from the high
I'm letting go tonight
I'm Falling from cloud 9

ล่วงหล่นจากวิมานที่วาดไว้
ตกลงกระแทกพื้นจากที่สูงสุดไกล
คืนนี้ฉันกำลังปล่อยมันไป
ใช่ ฉันฝันกำลังฝันสลายนั่นเอง
 
Thunder rumbling
Castles crumbling
I am trying to hold on
God knows that I tried
Seeing the bright side
I'm not blind anymore
 
สายฟ้าบ้าคลั่งคำราม
กระทั่งปราสาทแทบจะถล่มทลาย
ฉันยังพยามยามประคองไว้
พระเจ้ารู้ว่าฉันเหนื่อยเหลือทน
ที่มองโลกในแง่ดีเพียงด้ายเดียว
ตอนนี้ฉันไม่ตาบอดเหมือนเคยอีกแล้ว
 
 
(Chorus)
Falling from cloud nine
Crashing from the high
(Ya' know) I'm letting go tonight
I'm falling from cloud 9
 
ล่วงหล่นจากวิมานที่วาดไว้
พลั้งพลาดจากที่สูงสุดไกล
คืนนี้ฉันกำลังปล่อยมันไป
ใช่ ฉันฝันกำลังฝันสลายนั่นเอง
 

 
I'm wide awake (x5)
ฉันตาสว่างแล้ว
 
โดยสรุป Katy Perry พูดดึงความรู้สึกขอวตัวเอง ต่อสถานการณ์ความรักของเธอ ซึ่งเธอรู้สึกว่าถูกหลอกให้โง่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มองทุกอย่างสวยงามไปหมด และเธอทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อประคับประคองความรักเอาไว้ จนกระทั่งวันหนึ่งความจริงปรากฏ เธอถึงเจ็บปวด และผิดหวัง เหมือนตกลงมาจากที่สูงๆอย่างกระทันหัน ไม่ทันตั้งตัว เธอจึงเจ็บหนัก ถึงกับก็ตัดพ้อว่า เธอน่าจะตาสว่างเร็วกว่านี้หน่อย จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดขนาดนี้ แต่เธอก็ดีใจที่ในที่สุดเธอก็ตาสว่าง เลิกถูกหลอก เลิกการแสแสร้ง ได้ทำอะไรที่เป็นตัวเองเสียที
 
คำศัพท์ที่น่าสนใจ:
Dive in = ดำดิ่ง, ถลำลึก
Bow down = พ่ายแพ้, เจ็บปวดทรมาณ
Outta the lion's den = ออกไปจากสถานการณ์อันยากลำบาก
Clound nine = ที่สูง (ดูความหมาย Cloud nine โดยละเอียดได้ที่ www.smileyfox.com)